แชร์

คำถามที่น่าสนใจเกี่ยวกับเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล (brown planthopper, BPH)

อัพเดทล่าสุด: 28 พ.ย. 2025
36 ผู้เข้าชม

สารไพรมีโทซีน(กลุ่ม9) และฟลอมิคามิค(กลุ่ม29) ซึ่งเป็น 2 กลุ่มที่ปัจจุบันแนะนำเป็นหลักแล้วในการแก้ปัญหาเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล สามารถผสมกันได้หรือไม่ ?

ผมคิดว่าถ้าจะผสมจริงๆควรเลือกสารในกลุ่มกลไกลการออกฤทธิ์อื่นเนื่องจากทั้ง2ชนิดออกฤทธิ์ใกล้เคียงกันมาก(เมื่อก่อนเคยจัดอยู่นในกลุ่ม9เดียวกันด้วยซ้ำ) หากมีการระบาดรุนแรงและต้องการผสมสารฆ่าแมลงที่ขึ้นทะเบียนกับเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลโดยตรงกับกรมวิชาการเกษตรมีหลายชนิด เช่น ไอโซโพรคาร์บ 50% WP (กลุ่ม 1) หรืออิทิโพรล 10%SC (กลุ่ม2) หรืออีโทเฟนพร๊อก 20% EC (กลุ่ม3) หรือไดโนทีฟูแรน 20% SG (กลุ่ม4) หรือสารบูโพเฟซิน 25% WP (กลุ่ม 16)

โดรนพ่นสารนำมาพ่นเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลดีหรือไม่ ?

ถ้าในส่วนของเทคนิคการพ่นสารก็ต้องบอกว่ามีแนวโน้มที่มีประสิทธิภาพมากกว่าคนพ่นปกติเนื่องจากระอองสารจะลงไปที่โคนของต้นข้าวโดยตรง(แนวตั้ง) ซึ่งแตกต่างจากลักษณะของคนพ่นด้วยเครื่องลากสายเนื่องจากจะเป็นการพ่นลักษณะกวาดซ้ายขวา(แนวขวาง) รวมถึงมีงานวิจัยถึงประสิทธิภาพของสารที่ควบคุมเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลจากการใช้โดรนได้ดีกว่าและยาวนานกว่าเรื่องจากความเข้มข้นของสารที่มากกว่า(เปเปอร์ของอินเดีย)

มีการใช้สารหลายๆตัวรวมกันแล้วดีจริงหรือไม่ในการควบคุมเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ?

หากมีการระบาดรุนแรงของศัตรูพืชหรือปัญหาของแมลงดื้อยา วิธีการหนึ่งในการแก้ปัญหาด้วยสารเคมีคือการผสมสารที่มีประสิทธิภาพมากกว่า1ชนิด แต่ทั้งนี้ต้องดูความเข้ากันได้ของสารด้วย ซึ่งควรพิจารณา2ส่วน

1.ความเข้ากันได้ทางกายภาพ เช่นแยกชั้นไหม ตกตะกอนไหม
2.ความเข้ากันได้ทางประสิทธิภาพ เช่นเสริมฤทธิ์กันไหม ตัวใครตัวมัน หรือรวมกันแล้วเสื่อมฤทธิ์

อีกข้อหนึ่งที่ผมเห็นแชร์กันในโลกโซเชียลคือเอา ทั้งสารฆ่าแมลงมาบวกกับสารชีวภัณฑ์ทั้งบิววาเรียและเชื้อราเมทาไรเซียม #รวมเชื้อราไตรโคเดอร์ม่า ซึ่งอยากให้พิจารณาในส่วนของชีวภัณฑ์ที่ใส่เชื้อราขาวบิววาเรียและเชื้อราเขียวเมทาไรเซียมซึ่งทั้งสองเป็นราก่อโรคในแมลง แต่มาผสมกับเชื้อราไตรโคเดอร์ม่าซึ่งเป็นเชื้อราปฏิปักษ์ ที่มีคุณสมบัติในการควบคุมเชื้อรา ทำให้ประสิทธิภาพในการควบคุมศัตรูพืชจะลดลงเนื่องจากการฆ่ากันเองตั้งแต่ในตอนผสมแล้ว

ทำไมห้ามใช้สารกลุ่ม3(เช่นไซเปอร์เมทริน หรือแลมป์ดาไซฮาโลทริน หรือเดลทาเมทริน) และกลุ่ม6(เช่นอะบาเมกติน) ในการพ่นควบคุมเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ?

มีงานวิจัยถึงการทดสอบสารในกลุ่มสาม ที่ส่งผลให้ความสามารถในการสืบพันธุ์ของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลเพิ่มขึ้น

และมีผลต่ออัตราส่วนเพศที่เอื้อต่อจำนวนตัวเมียที่มากขึ้นกว่ากรรมวิธีไม่ใช้สาร นอกจากนี้ยังไปทำลายศัตรูธรรมชาติในแปลงนาอีกด้วยเช่นมวนเขียวดูดไข่ แมงมุมสุนัขป่า เป็นต้น

แต่ถามว่าใช้ได้ไหมมีพี่เกษตรกรที่เค้าพ่นแล้วได้ผล อันนี้ก็ต้องบอกว่าเป็นไปได้เหมือนกันเพราะสารเหล่านี้ก็คือสารฆ่าแมลงนั่นเอง ออกฤทธิ์เร็วด้วยอารมณ์ก็คงเหมือนไปหาหมอแผนปัจจุบันไม่หายแต่ต้มยาสมุนไพรกินเองหายก็เป็นไปได้ แต่ในส่วนคำแนะนำของนักวิชาการก็คงตอบตอบว่าไม่เหมาะสมเพราะในเมื่อมีสารอื่นที่มีประสิทธิภาพก็อาจไม่มีความจำเป็นต้องใช้สารในกลุ่มเหล่านี้เนื่องจากมีข้างขวดเขียนไว้แล้วที่มุมบนซ้ายมือห้ามใช้ในนาข้าว

ปัจจุบันทำไมสารไพรมีโทซีนใช้แล้วตายไม่ดีเลย ?

วันก่อนผมไปตรวจแปลงขึ้นทะเบียนสารไพรมีโทซีน2จังหวัด4อำเภอ(สุพรรณบุรีและอ่างทอง) ก็ยังพบว่าสารมีประสิทธิภาพสูงอยู่(แต่อาจด้วยช่วงนี้ฝนตกหนักหลายวันติดทำให้ประชากรดรอปลงไปด้วยส่วนหนึ่ง) และอาจจะต้องทำความเข้าใจถึงกลไกลการออกฤทธิ์ของสารที่ไม่ได้พ่นไปแล้วร่วงเต็มน้ำในนาข้าวทันทีเหมือนสารเคมีชนิดอิ่น แต่สารฆ่าแมลงในกลุ่มนี้เมื่อเข้าสู่ตัวของแมลงจะไปรบกวนการทำงานของ chordotonal organ จึงทำให้เพลี้ยกระโดดไม่สามารถดูดกินน้ำเลี้ยงจากต้นข้าวได้ เกิดการหยุดดูดกินพืชอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังออกฤทธิ์ไปยังอวัยวะรับความรู้สึกที่มีกระจายทั่วตัวแมลง

ข้อดีอีกอย่างของสารฆ่าแมลงกลุ่มนี้คือมีพิษน้อยต่อแมลงที่มีประโยชน์ธรรมชาติเมื่อเทียบกับสารฆ่าแมลงชนิดอื่น


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy